
ชื่อของ ฮง มยอง-โบ เคยถูกจดจำในฐานะกัปตันทีมชาติระดับตำนานที่พาเกาหลีใต้สร้างประวัติศาสตร์จบอันดับ 4 ฟุตบอลโลก 2002 แต่ในอีกกว่า 20 ปีต่อมา เขากลับต้องเผชิญกับช่วงเวลาที่หนักที่สุดในชีวิต หลังรับหน้าที่คุมทีมชาติชุดลุยฟุตบอลโลก 2026 และพาทีมตกรอบแบ่งกลุ่มอย่างน่าผิดหวัง จนจากวีรบุรุษของชาติกลายเป็นศูนย์กลางเสียงวิจารณ์ในเวลาอันสั้น
ผลงานของเกาหลีใต้ในทัวร์นาเมนต์ครั้งนี้ถูกมองว่าเลวร้ายที่สุดครั้งหนึ่งในประวัติศาสตร์ฟุตบอลโลกของประเทศ เพราะทีมเก็บชัยชนะได้เพียงนัดเดียวและจบอันดับ 34 จาก 48 ทีม กระแสไม่พอใจลามไปถึงแท็กติกการเล่นที่ฮงยืนกรานใช้ระบบหลังสาม รวมถึงการตัดสินใจดร็อป ซน ฮึง-มิน ในเกมสำคัญกับแอฟริกาใต้ ขณะที่ต้นตอของกระแสต่อต้านยังย้อนกลับไปถึงกระบวนการเลือกกุนซือที่ถูกตั้งคำถามเรื่องความโปร่งใสตั้งแต่แรก ส่งผลให้ทั้งโค้ชและนักเตะถูกโห่ไล่ทันทีที่เดินทางกลับประเทศ พร้อมเสียงเรียกร้องให้คืนค่าจ้างมูลค่ามหาศาลจากแฟนบอลบางส่วน
สถานการณ์ยิ่งตึงเครียดเมื่อมีข้อความขู่ทำร้ายร่างกายและขู่ฆ่าถูกเผยแพร่บนโซเชียลมีเดีย จนตำรวจต้องจัดกำลังคุ้มกันอย่างเข้มงวดและยกเลิกพิธีต้อนรับอย่างเป็นทางการ ต่อมา ประธานาธิบดี อี แจ-มยอง ก็ออกมาวิพากษ์วิจารณ์ความล้มเหลวที่เกิดขึ้นอย่างตรงไปตรงมา ขณะเดียวกันมีรายงานว่าร้านค้าและร้านอาหารบางแห่งถึงขั้นติดป้ายไม่ต้อนรับเขา ทำให้ฮง มยอง-โบ ตัดสินใจเดินทางไปลอสแอนเจลิสเพื่อหลบกระแสกดดัน ก่อนจะกลับมาเกาหลีใต้อีกครั้งเพื่อชี้แจงต่อรัฐสภาและกล่าวขอโทษต่อประชาชน โดยยืนยันว่าการจากไปในช่วงสั้น ๆ นั้นไม่ใช่การหนีความรับผิดชอบ แต่เป็นการปกป้องความปลอดภัยของครอบครัว สะท้อนชัดว่าฟุตบอลโลกเพียงรายการเดียวสามารถเปลี่ยนชะตาชีวิตของโค้ชคนหนึ่งได้อย่างสิ้นเชิง ทั้งในฐานะฮีโร่และผู้ถูกตราหน้าในเวลาเดียวกัน